ทลายข้อจำกัดในการสำรวจใต้ทะเล
Oyster Perpetual Rolex Deepsea มาพร้อมวาล์วคายฮีเลียมและระบบ Ringlock ซึ่งทำให้กันน้ำได้ลึกถึง 3,900 เมตร (12,800 ฟุต) จึงเป็นเครื่องมือบอกเวลาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทนต่อแรงกดดันอันมหาศาล ณ ความลึกสูงสุด
Rolex Deepsea
ศาสตร์แห่งการกันน้ำOyster Perpetual Rolex Deepsea มาพร้อมวาล์วคายฮีเลียมและระบบ Ringlock ซึ่งทำให้กันน้ำได้ลึกถึง 3,900 เมตร (12,800 ฟุต) จึงเป็นเครื่องมือบอกเวลาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทนต่อแรงกดดันอันมหาศาล ณ ความลึกสูงสุด
Rolex Deepsea เป็นนาฬิกาสำหรับมืออาชีพรุ่นแรกของแบรนด์ที่นำระบบ Ringlock มาใช้ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมตัวเรือนอันล้ำสมัย ที่ช่วยเสริมความสามารถของตัวเรือน Oyster ให้ทนต่อแรงกดดันในห้วงมหาสมุทรได้ดียิ่งขึ้น
วาล์วคายฮีเลียมนี้เป็นชิ้นส่วนพิเศษและได้รับการจดสิทธิบัตรโดย Rolex ในปี 1967 โดยจะติดตั้งไปกับ Rolex Deepsea และเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำน้ำลึกแบบอิ่มตัว
Rolex Deepsea มาพร้อมกับเม็ดมะยมไขลาน Triplock ซึ่งช่วยรับประกันความกันน้ำของตัวเรือน Oyster ได้ลึกถึง 3,900 เมตร (12,800 ฟุต)
ขอบตัวเรือนเป็นองค์ประกอบสำคัญของนาฬิกาดำน้ำของ Rolex โดยมาพร้อมขอบหน้าปัด Cerachrom แบบมีขั้นบอกเวลา ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้นักดำน้ำสามารถอ่านเวลาที่อยู่ใต้น้ำได้อย่างแม่นยำ
หน้าปัดโครมาไลท์มอบความสามารถในการอ่านเวลาได้อย่างสะดวกสบายในทุกสถานการณ์ให้กับ Rolex Deepsea
นาฬิกา Rolex Deepsea รุ่น Oystersteel รุ่นหนึ่งมีหน้าปัดสี D-blue ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่การดำน้ำครั้งประวัติศาสตร์ของ James Cameron บนเรือดำน้ำ DEEPSEA CHALLENGER ที่ดำดิ่งสู่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา เมื่อปี 2012
สายนาฬิกา Oyster ของ Rolex Deepsea มาพร้อมกับชุดตัวล็อก Oysterlock ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนาฬิกาสำหรับมืออาชีพ ช่วยให้ปิดล็อกได้แน่นหนาและใช้งานง่าย แม้อยู่ใต้น้ำ
Oystersteel เป็นอัลลอยสุดพิเศษที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนอย่างมาก ทั้งยังมอบความเงางามแม้นาฬิกาจะผ่านการใช้งานอย่างหนัก
Rolex Deepsea ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 3235 ซึ่งผนวกเทคโนโลยีชั้นสูงหลากหลายไว้ร่วมกัน รังสรรค์เป็นกลไกระบบขึ้นลานอัตโนมัติที่พัฒนาและผลิตโดย Rolex เองทั้งหมด