ความรู้ความชำนาญของช่างทำนาฬิกา
Oyster Story
เกี่ยวกับ Rolex
ภาษาที่ใช้ได้
ในสหรัฐอเมริกา
เลือก
ภูมิภาคอื่น
ขณะนี้คุณอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
คุณสามารถดูเว็บไซต์ในประเทศอื่นได้โดยเลือกตัวเลือกด้านล่าง
SEA-DWELLER
ลึกลงไปอีกขั้นเมื่อครั้นเปิดตัว Oyster Perpetual Sea-Dweller ได้ตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ นั่นคือการสนับสนุนนักดำน้ำมืออาชีพที่ต้องใช้เวลาใต้น้ำเป็นระยะเวลานาน นับแต่นั้นเป็นต้นมา นาฬิการุ่นนี้ก็ได้เคียงคู่ไปกับการพัฒนาของการดำน้ำลึกแบบอิ่มตัว และมีส่วนร่วมในห้วงเวลาแห่งความสำเร็จ ซึ่งปักหมุดหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การพิชิตห้วงทะเลลึกของมนุษยชาติ
Rolex ได้เปิดตัว Oyster Perpetual Submariner ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ที่รับประกันการกันน้ำได้ระดับความลึก 100 เมตร (330 ฟุต) และยังช่วยให้นักดำน้ำสามารถตรวจสอบเวลาใต้น้ำได้ด้วยขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ นับว่า Submariner เป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันระหว่าง Rolex กับโลกแห่งการดำน้ำอย่างแท้จริง
ภารกิจใต้น้ำเริ่มมีความถี่มากขึ้นและมีความเฉพาะทางมากขึ้น การดำน้ำที่เรียกว่าการดำน้ำแบบ ‘อิ่มตัว’ ช่วยให้สามารถอยู่ใต้ทะเลลึกได้เป็นระยะเวลานาน ประกอบด้วยการให้นักดำน้ำอาศัยอยู่ในที่พักอาศัยปรับความดันที่เต็มไปด้วยส่วนผสมของก๊าซหายใจที่เพิ่มฮีเลียม ซึ่งจำลองสภาวะความดันของสภาพแวดล้อมการทำงานในทะเลลึกของพวกเขา การกลับสู่พื้นผิวต้องการเพียงขั้นตอนการลดความดันที่ยาวนานและซับซ้อนเพียงครั้งเดียวในตอนท้ายสุดของภารกิจ
เพื่อสนับสนุนภารกิจใต้น้ำเป็นระยะเวลานานและบริหารจัดการขั้นตอนการลดความดันได้ดียิ่งขึ้น Rolex ได้เปิดตัว Sea-Dweller นาฬิการุ่นนี้ ซึ่งรับประกันการกันน้ำได้ระดับความลึก 610 เมตร (2,000 ฟุต) ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการดำน้ำแบบอิ่มตัว วาล์วคายฮีเลียมที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยระบายความดันส่วนเกินที่สะสมอยู่ภายในตัวเรือนระหว่างการกลับสู่พื้นผิว
สองภารกิจได้รับการดำเนินการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาวิจัยด้านที่อยู่อาศัยใต้น้ำ Tektite โดยการนำขององค์การ NASA, กองทัพเรือสหรัฐฯ และรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
Sea-Dweller ได้รับการทดสอบในสภาวะการใช้งานจริง และในการทำเช่นนั้น ได้มีส่วนสนับสนุนการทดลองครั้งสำคัญครั้งแรกของการใช้ชีวิตใต้น้ำในระยะยาว โดยมี Sylvia Earle นักชีววิทยาทางทะเลและผู้ที่จะมาเป็น Rolex Testimonee ในอนาคต นำทีมหญิงล้วนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Tektite II
Rolex เปิดตัวนวัตกรรมด้านเทคนิคครั้งสำคัญคือเม็ดมะยม Triplock ที่มาพร้อมกับซีลกันน้ำ 3 ชั้น โดยสามารถสังเกตเห็นได้จากสัญลักษณ์นูนสามจุดที่อยู่ใต้ตราสัญลักษณ์ Rolex ทั้งนี้ Submariner และ Sea-Dweller คือนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของ Rolex ที่ได้รวมนวัตกรรมนี้เข้าไว้ด้วยกัน
Rolex ได้เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ Comex (Compagnie Maritime d’Expertises) ซึ่งตอนนี้นักดำน้ำของบริษัทได้ใช้นาฬิกา Rolex โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น Sea-Dweller Comex เป็นบริษัทของฝรั่งเศส มีความเชี่ยวชาญในเรื่องวิศวกรรมใต้น้ำ สิ่งประดิษฐ์ และความช่วยเหลือเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมใต้น้ำ และ Comex ยังเป็นผู้ประดิษฐ์ห้องปรับบรรยากาศ ที่ใช้สำหรับการพัฒนาการฝึกอบรมนักวิจัยทางสมุทรศาสตร์ นักขับเครื่องบินรบ และนักบินอวกาศโดยเฉพาะ
ในขณะนั้น นาฬิการุ่น Sea-Dweller ได้รับการรับประกันการกันน้ำได้ระดับความลึก 1,220 เมตร (4,000 ฟุต) ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นนี้ได้รับการทดลองและทดสอบในห้องปรับความดันสูงที่พัฒนาร่วมกับ Comex
Comex ได้จัดภารกิจสำรวจ Hydra VIII ซึ่งในระหว่างนั้น นักดำน้ำ 6 คนที่สวมใส่นาฬิกา Sea-Dweller ได้ลงไปในห้องปรับความดันสูงสู่ผืนน้ำของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ระดับความลึก 534 เมตร (1,750 ฟุต) พวกเขาได้ออกจากที่พักอาศัยปรับความดัน และเชื่อมต่อท่อส่งก๊าซสองส่วนได้สำเร็จ สถิติการดำน้ำในทะเลเปิดนี้ยังคงไม่มีใครทำลายได้จนถึงปัจจุบัน
ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ Hydra X ทาง Théo Mavrostomos ได้กลายเป็นบุคคลแรกที่เข้าถึงระดับความลึก 701 เมตร (2,300 ฟุต) ในการจำลองการดำน้ำในห้องปรับความดันสูง ซึ่งเป็นสถิติที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา 43 วันของภารกิจ นักดำน้ำของ Comex ผู้นี้ได้สวมใส่นาฬิกา Sea-Dweller
เพื่อต่อสู้กับการเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วของมหาสมุทรทั่วโลก Sylvia Earle จึงได้ก่อตั้ง Mission Blue ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลในน่านน้ำต่างๆ ทั่วโลก Rolex ได้สนับสนุน Mission Blue มานับตั้งแต่ปี 2014
ค้นพบเรื่องราวเพิ่มเติมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของนาฬิการุ่นนี้ Rolex ได้ออกแบบใหม่และยกระดับประสิทธิภาพให้กับ Sea‑Dweller ตัวเรือนเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 40 มม. ได้รับการขยายเป็น 43 มม. เพื่อให้มีหน้าปัดที่กว้างขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านค่าเวลาให้ดียิ่งขึ้น นี่คือนวัตกรรมระดับมืออาชีพ รุ่นแรกของ Rolex ที่ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 3235 ซึ่งเป็นกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง เลนส์ Cyclops ถูกเพิ่มเข้ามาบนแซฟไฟร์คริสตัล ช่วยให้คุณอ่านวันที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บนหน้าปัดมีตัวอักษรสีแดงแสดงคำว่า ‘Sea‑Dweller’ ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงนา ฬิการุ่นแรกจากปี 1967