ต้องปรับปรุงเบราว์เซอร์์

ขอต้อนรับสู่ rolex.com rolex.com กำหนดให้ต้องใช้เบราว์เซอร์รุ่นล่าสุดเพื่อสัมผัสกับความเป็นที่สุดของเรา โปรดใช้เบราว์เซอร์ที่ใหม่กว่านี้เพื่อสำรวจไซต์ของเรา

ติดตาม Rolex บน WeChat ได้ด้วยการสแกน QR โค้ด
นาฬิกา GMT-Master II รุ่นใหม่ - Baselworld 2018

GMT-MASTER II รุ่นใหม่

BASELWORLD 2018

นับเป็นครั้งแรกที่ขอบหน้าปัด Cerachrom เซรามิคสีแดงและสีน้ำเงินมาในนาฬิการุ่น GMT-Master II ทำจาก Oystersteel พร้อมสายนาฬิกา Jubilee 

new_gmt-master_ii_0001.mp4

ได้รับการออกแบบเพื่อแสดงสองเขตเวลาโดยพร้อมกัน Oyster Perpetual GMT-Master II จึงนับว่าเป็นเรือนเวลาอันสมบูรณ์แบบที่เหมาะสำหรับนักเดินทางท่องโลก

แต่เดิมนั้นเป็นการออกแบบขึ้นเพื่อช่วยในการนำร่องสำหรับนักบิน ซึ่งในระยะหลายปีที่ผ่านมา ขอบหน้าปัดได้มีการเปิดตัวในหลากสีสัน ทั้งแบบที่เป็นสีเดียวและสองสีที่ผสมเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของนาฬิการุ่นนี้ในด้านความงดงามที่มีเอกลักษณ์ทำให้สามารถจดจำได้ทันที
พร้อมด้วยชั่วโมง นาที และวินาทีดั้งเดิมผ่านเข็มนาฬิกา 24 ชั่วโมง และขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมงแบบหมุนได้สองทิศทาง สามารถอ่านเขตเวลาได้โดยพร้อมกัน ทั้งเวลาตามเวลาท้องถิ่นและเวลาอ้างอิง หรือเวลาท้องถิ่นและเขตเวลาอื่นได้ตามต้องการ วันที่แสดงในตำแหน่ง 3 นาฬิกา สามารถซิงโครไนซ์กับเวลาท้องถิ่นที่แสดงได้

นาฬิกาสากลนิยม

นาฬิกา Oyster Perpetual GMT-Master II ยังคงเป็นนาฬิกาสากลนิยมที่โดดเด่น ซึ่งช่วยให้นักเดินทางท่องโลกสามารถอ่านเวลาในสองเขตเวลาได้โดยพร้อมกัน รวมถึงความแม่นยำ น่าเชื่อถือ ความทนทานและสมรรถภาพในการทำงาน อันเป็นนิยามของนาฬิการุ่นนี้ที่มาพร้อมกับหลายเขตเวลา
Rolex เปิดตัวสามเวอร์ชั่นใหม่ของนาฬิกา GMT-Master II ในงาน Baselworld ปี 2018 ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่และกลไกการทำงาน Calibre 3285 รุ่นล่าสุด โดยเวอร์ชั่นแรกทำจาก Oystersteel ประกอบด้วยขอบหน้าปัดหมุนได้สองทิศทางและขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมง สีแดงและสีน้ำเงินทำจากเซรามิค สลักตะขอและตัวเรือนด้านข้างได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมสายนาฬิกา Jubilee ที่ประกอบด้วยข้อต่อห้าชิ้น

GMT-Master II รุ่นเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต

ขอบหน้าปัด Cerachrom สีน้ำตาลและสีดำทำจากเซรามิค

GMT-Master II รุ่นเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต

ขอบหน้าปัด Cerachrom สีน้ำตาลและสีดำทำจากเซรามิค

เอเวอร์โรสโกลด์,
สีน้ำตาลและสีดำทำจากเซรามิค

อีกสองเวอร์ชั่นของ GMT-Master II เปิดตัวด้วยรุ่นที่ทำจากเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต เป็นครั้งแรกของนาฬิกาในตระกูลนี้ โดยรุ่นแรกสร้างสรรค์จากอัลลอยด์ชนิดพิเศษทั้งหมด รุ่นที่สองมาในเวอร์ชั่นที่ทำจาก Everose Rolesor ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Oystersteel และเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต บนหน้าปัดนาฬิกาทั้งสองรุ่น ตกแต่งด้วยผงสีชมพูกุหลาบที่ชื่อของ “ GMT-Master II ” นาฬิกาทั้งสองเวอร์ชั่นประกอบด้วยขอบหน้าปัด Cerachrom ทำจากเซรามิคสองสี คือสีดำ และสีน้ำตาลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่

GMT-Master II รุ่น Everose Rolesor

ขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมง สองสี
นาฬิกา Rolex GMT-Master II รุ่นใหม่ - Baselworld 2018

OYSTERSTEEL สีแดงและสีน้ำเงินทำจากเซรามิค, สายนาฬิกา Jubilee

นาฬิกา GMT-Master II ที่มีการเปิดตัวนาฬิกาใหม่ ในปี 2018 เวอร์ชั่นแรกทำจาก Oystersteel สายนาฬิกา Jubilee ประกอบด้วยข้อต่อห้าชิ้นทำจาก Oystersteel พร้อมขอบหน้าปัดหมุนได้สองทิศทางและขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมง สีแดงและสีน้ำเงินทำจากเซรามิค ทำให้รำลึกถึงนาฬิกา GMT-Master รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 1955 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สายนาฬิกา Jubilee และ Oystersteel พร้อมขอบหน้าปัด Cerachrom สีแดงและสีน้ำเงินได้ถูกนำมารวมกันในนาฬิการุ่น GMT-Master II

ตัวเรือนและสายนาฬิกา,
สัญลักษณ์ของความปลอดภัยและความสบาย

นาฬิกา Oyster Perpetual GMT-Master ถูกประกอบด้วยตัวเรือน Oyster นับตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ซึ่งตัวเรือนประเภทนี้ถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดของนาฬิกา Rolex อันเป็นแบบอย่างของความทนทานต่อแรงกระแทกและการกันน้ำ นอกจากนี้ เพื่อความง่ายในการอ่านวันที่จึงได้มีการประดับคริสตัลบนเลนส์ Cyclops บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ที่เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของ Rolex

จากนั้นในปี 1959 จึงมีการประทับตราการ์ดป้องกันเม็ดมะยม ในฐานะส่วนประกอบที่สำคัญของตัวเรือนตรงกลางเพื่อปกป้องเม็ดมะยมไว้ ถึงแม้ว่าใน GMT-Master รุ่นดั้งเดิมจะประกอบด้วยสายนาฬิกา Oyster ต่อมาภายหลังจึงได้มีการเปลี่ยนมาใช้สายนาฬิกา Jubilee ที่เปิดตัวในปี 1945 ด้วยเช่นกัน

ความท้าทายของขอบหน้าปัดแบบสองสี

จากความเชี่ยวชาญการใช้งานเซรามิคช่วยให้ Rolex สามารถสร้างสรรค์นาฬิกาที่ประกอบด้วยขอบหน้าปัดเซรามิคและขอบหน้าปัด Monoblock สุดล้ำสมัย โดยความชำนาญนี้เป็นผลลัพธ์มาจากการใช้ผลงานวิจัยซึ่งค้นคว้าเป็นการภายใน และการประดิษฐ์ระหว่างกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rolex นับเป็นการประกาศจุดเริ่มต้นแห่งยุคสมัยใหม่ของแบรนด์

ในปี 2005 Rolex เปิดตัวนาฬิกาเรือนแรกที่ขอบหน้าปัดทำจากเซรามิค คือรุ่น Oyster Perpetual GMT-Master II ทำจากทองคำเหลือบเหลือง 18 กะรัต ที่มาพร้อมกับขอบหน้าปัดหมุนได้สองทิศทาง และขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมงสีดำทำจากเซรามิค

ในปี 2013 Rolex เปิดตัวนาฬิการุ่น Oyster Perpetual GMT-Master II ที่มาพร้อมกับขอบหน้าปัด Cerachrom สีน้ำเงินและสีดำทำจากเซรามิค หนึ่งปีต่อมา นาฬิการุ่นนี้ได้ถูกเปิดตัวอีกครั้งด้วยขอบหน้าปัด Cerachrom สีแดงและสีน้ำเงินทำจากเซรามิค การผสมผสานสีทั้งสองบนส่วนประกอบเซรามิคเพียงชิ้นเดียวนี้นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของโลก ซึ่งในปัจจุบัน มีสีต่างๆ เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่สีน้ำตาลที่จะเปิดตัวในปี 2018 ไปจนถึงสีดำ สีเขียว สีน้ำเงิน สีน้ำตาลเชสต์นัท และสีแดง พร้อมความโปร่งใส ความเข้มข้น และความหนาแน่น เซรามิคหลายสีเหล่านี้จึงสะท้อนความสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับนาฬิกาต้นกำเนิดได้อย่างยอดเยี่ยม

กลไกการทำงาน Calibre 3285 ใหม่

กลไกการทำงานด้วยระบบไขลานอัตโนมัติจากการสาธิตเทคโนโลยีของ Rolex นี้ ถือเป็นเรือธงของเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกาที่ได้รับการจดสิทธิบัตร 10 ฉบับ ในด้านการพัฒนาของกลไกการทำงานประเภทนี้ Calibre 3285 ประกอบด้วยคุณสมบัติพื้นฐานในเรื่องความเที่ยงตรง การสำรองพลังงาน การทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก สะดวกสบายและมีความน่าเชื่อถือ กลไก Calibre 3285 ประกอบด้วยเฟืองแกว่ง Chronergy ที่จดสิทธิบัตรโดย Rolex อันเป็นส่วนผสมระหว่างประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุดและกลไกการทำงานที่สมบูรณ์ ส่วนประกอบนี้ทำจากนิกเกิล-ฟอสฟอรัส ซึ่งไม่ไหวต่อการแทรกแซงของแม่เหล็ก

Calibre 3285 รุ่นใหม่
Calibre 3285
กลไกการทำงานรุ่นใหม่

กระปุกลานทรงกระบอก

ออสซิลเลเตอร์และแฮร์สปริง Parachrom สีน้ำเงิน

เฟืองแกว่ง Chronergy

ประวัติศาสตร์ของ GMT-Master II

เพื่อการเดินทางระยะไกลและการผจญภัย

นาฬิการุ่น Oyster Perpetual GMT-Master เปิดตัวในปี 1955 ได้เป็นประจักษ์พยานของการขยายจำนวนการเดินทางข้ามทวีปอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 และได้กลายเป็นนาฬิกาทางการของสายการบิน Pan American World Airways หรือที่รู้จักในชื่อสั้นๆ ว่า Pan Am ซึ่งเป็นสายการบินระหว่างทวีปที่มีชื่อเสียงของอเมริกาในขณะนั้น ในปี 1959 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นโดยเที่ยวบิน Pan Am Jet Clipper ทำการบินข้ามทวีปโดยไม่มีการหยุดพักเป็นครั้งแรกจากนิวยอร์คถึงกรุงมอสโคว และกัปตันของเที่ยวบินนี้ได้สวมนาฬิกา GMT-Master เพื่อช่วยในการนำร่องระหว่างเที่ยวบิน

ปี 1955 เปิดตัวนาฬิกา GMT-Master II

ขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมง สองสี ทำจาก Plexiglas

การออกแบบสัญลักษณ์

ขอบนาฬิกาหมุนได้สองทิศทางและขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมง ที่มีสองสีหรือสีเดียวนับว่าเป็นจุดเด่นด้านดีไซน์ของนาฬิกา GMT-Master II ในรุ่นดั้งเดิมของปี 1955 ขอบหน้าปัดได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นสีแดงเพื่อให้สัมพันธ์กับเวลากลางวัน และส่วนที่เป็นสีน้ำเงินเพื่อให้สัมพันธ์กับเวลากลางคืน โดยขอบหน้าปัด 24 ชั่วโมงนั้นได้มีการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ในสีอื่นๆ สำหรับนาฬิกาในตระกูลนี้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ปี 1959 นาฬิกา GMT-Master II

พร้อมขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมง สองสี ทำจากอลูมิเนียมอโนไดซ์

ความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ ความทนทาน และสมรรถภาพในการทำงาน

ยุคแรกเริ่ม ขอบหน้าปัด 24 ชั่วโมงนั้นผลิตจาก Plexiglas หลากสี พร้อมตัวเลข และการแต่งสีให้เรียบเนียน ต่อในปี 1959 ได้มีการแทนที่ Plexiglas ด้วยการใช้อลูมิเนียม และสีต่างๆ รวมถึงการจารึกข้อความด้วยการปรับสภาพของผิวโลหะผ่านกระบวนการไฟฟ้าเคมีที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน

โบรชัวร์ GMT-Master

ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1956

ปี 1982 เปิดตัวนาฬิกา GMT-Master II

กลไกการทำงานรุ่นใหม่ช่วยให้เข็มชั่วโมงสามารถปรับตั้งได้อย่างอิสระ

เข็มแสดงชั่วโมงแบบอิสระ

บนนาฬิกา GMT-Master รุ่นดั้งเดิม เข็มแสดงเวลาปัจจุบัน เข็มนาที และเข็ม 24 ชั่วโมงนั้นจะมีการซิงโครไนซ์ ต่อมาในปี 1982 Rolex ได้เปิดตัวกลไกการทำงานรุ่นใหม่ที่ช่วยให้เข็มชั่วโมงสามารถปรับตั้งได้อย่างอิสระจากเข็มแสดงเวลาอื่นๆ เพื่อจารึกวิวัฒนาการและหลีกเลี่ยงความสับสนระหว่างนาฬิกา GMT-Master รุ่นดั้งเดิม ในรุ่นใหม่นี้จึงประกอบด้วยกลไกการทำงานที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้นและได้รับการตั้งชื่อว่า GMT-Master II นับจากนั้น ทั้งระบบการใช้งานและการตั้งค่านาฬิกาจึงได้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิมและมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

ปี 2005 นาฬิกาGMT-Master II

พร้อมขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมง สีดำทำจากเซรามิค

การเปิดตัวของขอบหน้าปัดเซรามิค

ภายหลังในปี 2005 Rolex ได้แทนที่อลูมิเนียมด้วยการใช้เซรามิคซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ในฐานะผู้นำด้านงานออกแบบและสร้างสรรค์ส่วนประกอบเซรามิค แบรนด์ได้ทำการพัฒนาองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการผลิตขอบหน้าปัด Monoblock และขอบหน้าปัดเซรามิคขึ้นเป็นการภายใน เพื่อความสามารถในการอ่านข้อมูลเวลาได้ชัดเจนที่สุด ตัวเลขและเครื่องหมายอื่นๆ จะถูกสลักลงในเซรามิค และเคลือบด้วยทองคำหรือแพลตินัมอย่างเบาบางผ่านกระบวนการเคลือบด้วยไอเชิงฟิสิกส์ (PVD) ส่วนประกอบสุดพิเศษประเภทนี้มีคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนและป้องกันการซีดจางจากรังสีอัลตราไวโอเลต

ปี 2013 นาฬิกาGMT-Master II

พร้อมขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมง สีน้ำเงินและสีดำทำจากเซรามิค

ปี 2014 นาฬิกาGMT-Master II

พร้อมขอบหน้าปัด Cerachrom แสดงเวลา 24 ชั่วโมง สีแดงและสีน้ำเงินทำจากเซรามิค
นาฬิกา Rolex GMT-Master II รุ่นใหม่ - Baselworld 2018
Specifications
หมายเลขอ้างอิง
126710BLRO
ตัวเรือนรุ่น
ตัวเรือนรุ่น
Oyster, 40 มม., Oystersteel
สถาปัตยกรรม Oyster
ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู
เส้นผ่าศูนย์กลาง
40 มม.
วัสดุ
Oystersteel
ขอบหน้าปัด
ขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมงหมุนได้สองทิศทาง ขอบหน้าปัด Cerachrom สองสี สีแดงและสีน้ำเงินทำจากเซรามิก พร้อมตัวเลขและข้อความแกะสลัก
เม็ดมะยม
ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู
คริสตัล
เลนส์ Cyclops ทำจากแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน ครอบอยู่เหนือวันที่
การกันน้ำ
กันน้ำได้จนถึงระดับ 100 เมตร / 330 ฟุต
กลไกการทำงาน
กลไกการทำงาน
Perpetual, กลไก, ระบบไขลานอัตโนมัติ, ฟังก์ชั่น GMT
คาลิเบอร์
กลไกการทำงาน 3285, ผลิตโดย Rolex
ความเที่ยงตรง
ฟังก์ชั่น
เข็มแสดงชั่วโมง นาทีและวินาทีตรงกลาง การแสดงผลเวลา 24 ชั่วโมง เขตเวลาที่สองพร้อมการปรับตั้งเข็มแสดงชั่วโมงได้อย่างรวดเร็วแยกต่างหาก วันที่จะปรากฎทันที การหยุดวินาทีเพื่อการตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ
ออสซิลเลเตอร์
แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าที่ต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง
การไขลาน
การไขลานอัตโนมัติสองทิศทางด้วยโรเตอร์ Perpetual
พลังงานสำรอง
ประมาณ 70 ชั่วโมง
สายนาฬิกา
สายนาฬิกา
Jubilee, ข้อต่อห้าชิ้น
วัสดุของสายนาฬิกา
Oystersteel
ชุดตัวล็อค
ชุดตัวล็อคนิรภัย Oysterlock แบบพับได้พร้อมระบบขยายสาย Easylink 5 มม.
หน้าปัด
หน้าปัด
สีดำ
รายละเอียด
การแสดงผล Chromalight ที่อ่านได้ง่ายพร้อมพรายน้ำสีฟ้าที่ส่องสว่างนาน
การรับรอง
Superlative Chronometer (COSC + การรับรองของ Rolex หลังจากงานประกอบตัวเรือน)
Specifications
หมายเลขอ้างอิง
126711CHNR
ตัวเรือนรุ่น
ตัวเรือนรุ่น
Oyster, 40 มม., Oystersteel และเอเวอร์โรสโกลด์
สถาปัตยกรรม Oyster
ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู
เส้นผ่าศูนย์กลาง
40 มม.
วัสดุ
Everose Rolesor - การผสมผสานของ Oystersteel และเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต
ขอบหน้าปัด
ขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมงหมุนได้สองทิศทาง ขอบหน้าปัด Cerachrom สองสี สีน้ำตาลและสีดำทำจากเซรามิก พร้อมตัวเลขและข้อความแกะสลัก
เม็ดมะยม
ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู
คริสตัล
เลนส์ Cyclops ทำจากแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน ครอบอยู่เหนือวันที่
การกันน้ำ
กันน้ำได้จนถึงระดับ 100 เมตร / 330 ฟุต
กลไกการทำงาน
กลไกการทำงาน
Perpetual, กลไก, ระบบไขลานอัตโนมัติ, ฟังก์ชั่น GMT
คาลิเบอร์
กลไกการทำงาน 3285, ผลิตโดย Rolex
ความเที่ยงตรง
ฟังก์ชั่น
เข็มแสดงชั่วโมง นาทีและวินาทีตรงกลาง การแสดงผลเวลา 24 ชั่วโมง เขตเวลาที่สองพร้อมการปรับตั้งเข็มแสดงชั่วโมงได้อย่างรวดเร็วแยกต่างหาก วันที่จะปรากฎทันที การหยุดวินาทีเพื่อการตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ
ออสซิลเลเตอร์
แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าที่ต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง
การไขลาน
การไขลานอัตโนมัติสองทิศทางด้วยโรเตอร์ Perpetual
พลังงานสำรอง
ประมาณ 70 ชั่วโมง
สายนาฬิกา
สายนาฬิกา
Oyster, ข้อต่อสามชิ้นแบน
วัสดุของสายนาฬิกา
Everose Rolesor - การผสมผสานของ Oystersteel และเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต
ชุดตัวล็อค
ชุดตัวล็อคนิรภัย Oysterlock แบบพับได้พร้อมระบบขยายสาย Easylink 5 มม.
หน้าปัด
หน้าปัด
สีดำ
รายละเอียด
การแสดงผล Chromalight ที่อ่านได้ง่ายพร้อมพรายน้ำสีฟ้าที่ส่องสว่างนาน
การรับรอง
Superlative Chronometer (COSC + การรับรองของ Rolex หลังจากงานประกอบตัวเรือน)
Specifications
หมายเลขอ้างอิง
126715CHNR
ตัวเรือนรุ่น
ตัวเรือนรุ่น
Oyster, 40 มม., ทองชมพู (Everose gold)
สถาปัตยกรรม Oyster
ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู
เส้นผ่าศูนย์กลาง
40 มม.
วัสดุ
ทองชมพู (Everose gold) 18 ct
ขอบหน้าปัด
ขอบหน้าปัดแสดงเวลา 24 ชั่วโมงหมุนได้สองทิศทาง ขอบหน้าปัด Cerachrom สองสี สีน้ำตาลและสีดำทำจากเซรามิก พร้อมตัวเลขและข้อความแกะสลัก
เม็ดมะยม
ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู
คริสตัล
เลนส์ Cyclops ทำจากแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน ครอบอยู่เหนือวันที่
การกันน้ำ
กันน้ำได้จนถึงระดับ 100 เมตร / 330 ฟุต
กลไกการทำงาน
กลไกการทำงาน
Perpetual, กลไก, ระบบไขลานอัตโนมัติ, ฟังก์ชั่น GMT
คาลิเบอร์
กลไกการทำงาน 3285, ผลิตโดย Rolex
ความเที่ยงตรง
ฟังก์ชั่น
เข็มแสดงชั่วโมง นาทีและวินาทีตรงกลาง การแสดงผลเวลา 24 ชั่วโมง เขตเวลาที่สองพร้อมการปรับตั้งเข็มแสดงชั่วโมงได้อย่างรวดเร็วแยกต่างหาก วันที่จะปรากฎทันที การหยุดวินาทีเพื่อการตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ
ออสซิลเลเตอร์
แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าที่ต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง
การไขลาน
การไขลานอัตโนมัติสองทิศทางด้วยโรเตอร์ Perpetual
พลังงานสำรอง
ประมาณ 70 ชั่วโมง
สายนาฬิกา
สายนาฬิกา
Oyster, ข้อต่อสามชิ้นแบน
วัสดุของสายนาฬิกา
ทองชมพู (Everose gold) 18 ct
ชุดตัวล็อค
ชุดตัวล็อคนิรภัย Oysterlock แบบพับได้พร้อมระบบขยายสาย Easylink 5 มม.
หน้าปัด
หน้าปัด
สีดำ
รายละเอียด
การแสดงผล Chromalight ที่อ่านได้ง่ายพร้อมพรายน้ำสีฟ้าที่ส่องสว่างนาน
การรับรอง
Superlative Chronometer (COSC + การรับรองของ Rolex หลังจากงานประกอบตัวเรือน)
GMT-Master II รุ่นใหม่ปี 2018

นาฬิการุ่นที่แชร์กับคุณไม่ได้อยู่ในตัวเลือกออนไลน์ในภูมิภาคของคุณ

ตัวแทนจำหน่าย Rolex อย่างเป็นทางการสามารถให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับนาฬิกาในคอลเลคชั่นของ Rolex ได้